Innovation Tests

นวัตกรรมในการตรวจวัดสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยลึกถึงระดับเซลล์ และพันธุกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

Anti-Aging Tests

Telomere Length

การวัดความยาวของปลายสายโครโมโซมซึ่งโครโมโซมทำงานคล้ายพิมพ์เขียวเป็นตัวกำหนดทุกอย่างในร่างกาย ค่าปลายสายที่วัดได้จะบอกอายุจริงของเซลล์ในร่างกาย ถ้าอายุเซลล์คำนวณได้มากกว่าอายุตามปฏิทินย่อมหมายถึงเซลล์เสื่อมก่อนวัย และโรคภัยที่จะตามมาด้วย เช่น โรคหัวใจ หรือเบาหวาน เป็นต้น

Stem Cell Count (CD34 and CD105)

ในอดีต การทราบถึงปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดในกระแสโลหิตดูไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าใดนัก เนื่องจากในสภาวะปกติ เซลล์ต้นกำเนิดจะถูกพบปริมาณน้อยมาก แต่ในปัจจุบันพบว่าการตรวจหาปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้ในศาสตร์การแพทย์ชะลอวัยเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากความต้องการอยากทราบปริมาณหลังจากปลูกถ่ายไขกระดูกหรือภายหลังจากใช้ยากระตุ้นแล้ว

Genetic Testing

ในร่างกายมนุษย์ ส่วนที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวในการสร้างร่างกายทุกส่วน ได้แก่ ดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรมที่อยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถถอดรหัส รู้ความหมายทั้งหมดและสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ของรหัสเหล่านั้นกับโรคหลายชนิดที่เกิดขึ้นได้แล้ว รวมทั้งสามารถบอกได้ว่าร่างกายของแต่ละคนควรจะได้รับการส่งเสริมหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมด้านใดบ้าง อาหารและการออกกำลังกายแบบใดที่เหมาะ หรือแม้กระทั่งยาชนิดใดควรได้รับในปริมาณมากหรือน้อยกว่าปกติ Genetic Testing เป็นชุดตรวจที่จะบอกความลับทั้งหมดนี้ให้คุณได้รู้ ด้วยข้อมูลที่เข้าใจง่ายและสามารถใช้เป็นคู่มือประกอบการใช้ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


Immunology Tests

Natural Killer (NK) Cell Count

เป็นการวัดหาจำนวนของ NK cell หรือเซลล์เพชรฆาตซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งซึ่งพบว่าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่าเม็ดเลือดขาวชนิดอื่นถึง 100 เท่า จำนวน NK Cell ที่อยู่ในระดับปกติย่อมเป็นปัจจัยที่ทำให้ห่างไกลโรคมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

Natural Killer (NK) Cell Activity

การวัดหาค่าประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทำลายเซลล์มะเร็งของ NK cell หรือเซลล์เพชรฆาตที่มีอยู่ในร่างกาย เพราะหากมีจำนวนมากแต่ไม่มีประสิทธิภาพ ย่อมไม่ส่งผลดีเท่าใดนัก ซึ่งวิธีการควรจะดูความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง ไม่ใช่การวัดผลโดยอ้อมจากการกระตุ้น NK cell เท่านั้น

Regulatory T Cell (Treg) Count

Regulatory T cell เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ชนิดอื่นในระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ไปทำลายเซลล์ร่างกายของตนเอง ซึ่งในกรณีที่มีจำนวนเซลล์ควบคุมชนิดนี้มากเกินไป หรือทำงานมากเกินปกติ จะทำให้กดการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันชนิดอื่น ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ เกิดเซลล์มะเร็งและโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

CD 3/4/8 Count (CD: Cluster of Differentiation Molecule)

CD marker เป็นกลุ่มโมเลกุลที่ใช้บ่งชี้ลักษณะและชนิดของเซลล์ ซึ่งในเซลล์แต่ละชนิดจะมี CD marker ที่แตกต่างกันไป CD3/4/8 เป็น CD ที่มีความจำเพาะกับเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันชนิดที่ต้องมีการกระตุ้น (Adaptive Immune Response) คือกลุ่มเม็ดเลือดขาว ชนิดที่สร้างแอนติบอดี (B cells) หรือกลุ่มเม็ดเลือดขาวที่เป็นหน่วยความจำ (T cells) และมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย


Cancer Tests

Circulating Tumor Cell (CTC) Test

ธรรมชาติของมะเร็งจะพยายามแพร่กระจายจากอวัยวะหนึ่งไปยังอีกอวัยวะหนึ่งโดยการเดินทางผ่านระบบไหลเวียนเลือด ดังนั้นเซลล์มะเร็งจากตำแหน่งตั้งต้นจะพยายามแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในหลอดเลือดใกล้เคียงแล้วกระจายไปทั่วร่างกายเพื่อหาทางไปเจริญเติบโตที่แหล่งอื่น ชุดตรวจนี้จะตรวจหาเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดที่เรียกว่า Circulating Tumor Cells จำนวนเซลล์มะเร็งที่ตรวจได้สามารถบอกได้ถึงความรุนแรงของมะเร็ง รวมทั้งสามารถเป็นเครื่องมือในการประเมินผลการรักษาและการตอบสนองต่อยาได้ด้วย ณ ปัจจุบันถือว่ามีความไวต่อการตรวจจับเซลล์มะเร็งได้ตั้งแต่ก้อนมีขนาดประมาณ 0.5 มม. ซึ่งไวกว่าทั้ง MRI, CT scan และ Tumor markers

VEGFA and VEGFR-2 (VEGF: Vascular Endothelial Growth Factor)

VEGF เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญในการสร้างเส้นเลือดใหม่ ปัจจุบันถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ความรุนแรงของโรคมะเร็งได้ด้วย เพราะปกติมะเร็งจะพยายามสร้างเส้นเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงตัวเองตลอดเวลา ค่าที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์ผลของเคมีบำบัดหรือยาที่ใช้ในการรักษามะเร็งได้ ในกรณีที่พบว่าค่า VEGF ยังคงสูงแสดงว่าการรักษายังไม่ได้ผลอาจจะต้องพิจารณาปรับยาหรือเปลี่ยนสูตรเคมีบำบัดที่ใช้อยู่

soluble Human Epidermal Growth Factor Receptor 2 (sHER-2)

ในสภาวะปกติ HER-2 เป็นยีนที่มีความสำคัญในกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์เต้านม แต่ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมดพบว่า ประมาณ 25% เกิดจากสาเหตุของยีน HER-2 ทำงานมากกว่าปกติ (Over Expression) จนทำให้เซลล์เต้านมแบ่งตัวเพิ่มจำนวนจนไม่สามารถควบคุมได้ และเบียดกันจนมีบางส่วนของผนังเซลล์หลุดออกมาลอยอยู่ในกระแสเลือด อย่างไรก็ตาม เราสามารถวัดหาค่า sHER-2 หรือส่วนประกอบของผนังเซลล์เต้านมนี้ได้ โดยในคนปกติจะพบค่า sHER-2 ในปริมาณน้อยมาก แต่จะพบมากในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะชนิดที่มีการทำงานของยีน HER-2 มากกว่าปกติ นอกจากนี้ ค่านี้ยังสามารถบอกถึงประสิทธิภาพการรักษามะเร็งเต้านมด้วยยาที่มีความจำเพาะต่อยีน HER-2 เช่น Trastuzumab ได้อีกด้วย